
เอกสาร White Paper ของ Akamai ได้ลบล้าง 11 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการโจมตี DDoS ตั้งแต่การประเมินความซับซ้อนของการโจมตีสมัยใหม่ต่ำเกินไป ไปจนถึงการประเมินประสิทธิภาพของการป้องกันแบบดั้งเดิมสูงเกินไป ซึ่งเป็นการจัดการกับความเข้าใจผิดที่อาจทำให้องค์กรของคุณตกอยู่ในความเสี่ยง
การโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS) มีการพัฒนาอย่างมากในด้านขนาด ความซับซ้อน และการแพร่กระจายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการโจมตีที่สร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่น่าเสียดายที่องค์กรหลายแห่งยังคงยึดติดกับแนวคิดเก่า ๆ เกี่ยวกับการป้องกันการโจมตีเหล่านี้ โดยเชื่อว่าการป้องกันที่มีอยู่เพียงพอ หรือที่แย่กว่านั้นคือ คิดว่าตนเองไม่น่าจะเป็นเป้าหมาย
ความจริงก็คือ ผู้ตกเป็นเหยื่อของการโจมตี DDoS ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมหลัก ตั้งแต่การบริการทางการเงิน อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงการเล่นเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่สำคัญ เช่น การดูแลสุขภาพ พลังงาน และสาธารณูปโภค การศึกษา และการขนส่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นพิเศษ
ในปี 2023 Akamai ได้ปกป้องลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจากการโจมตีขนาดใหญ่ถึง 900 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) และต่อมาในปีเดียวกัน Akamai ยังสามารถป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนด้วยความเร็ว 634 Gbps หรือ 55 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที (Mpps) ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้าบริการการเงินในสหรัฐฯ นอกจากนี้ Akamai ยังเคยป้องกันการโจมตี DDoS ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยขนาด 1.44 เทราบิตต่อวินาที (Tbps) หรือ 385 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที (Mpps) ที่กินเวลานานเกือบสองชั่วโมง
เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาชญากรไซเบอร์ยังคงมุ่งโจมตีเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสังคม
แม้ว่าองค์กรขนาดเล็กบางแห่งอาจเชื่อว่าความเสี่ยงในการตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี DDoS นั้นต่ำ เนื่องจากขนาดของการโจมตีที่มักเกิดขึ้นกับองค์กรใหญ่ ๆ แต่ความเป็นจริงคือ บริการและแอปพลิเคชันที่สำคัญต่อธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมนั้นเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตี ปัจจัยที่ทำให้ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น คือการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม Hacktivists ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองและอุดมการณ์ รวมถึงบริการ DDoS ที่มีต้นทุนต่ำซึ่งถูกเสนอโดยกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ เช่น Killnet และ Anonymous Sudan
นอกจากนี้ องค์กรไม่ได้ต้องกังวลเฉพาะการโจมตีครั้งแรกเท่านั้น แต่การโจมตี DDoS ยังถูกนำมาใช้มากขึ้นในฐานะ “ควันบังตา” เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทรัพยากรด้านเครือข่ายและความปลอดภัย ขณะที่ผู้โจมตีพยายามใช้วิธีการอื่น ๆ ควบคู่ไป เช่น การโจมตีแบบเรียกค่าไถ่ด้วย DDoS (RDDoS) หรือการข่มขู่เรียกค่าไถ่สามชั้น
ท้ายที่สุด ความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวางแผนการโจมตี DDoS ที่ซับซ้อนและกระจายตัวอย่างสูง ทำให้เป็นความท้าทายในการป้องกันสำหรับธุรกิจและสถาบันสาธารณะที่จำเป็นต้องรักษาการทำงานและประสิทธิภาพของระบบให้คงที่
เมื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้นและพัฒนาแทบทุกวัน ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการป้องกัน DDoS ยังคงมีอยู่ โดยบางความเชื่อนั้นถูกส่งเสริมโดยผู้จำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยเองด้วยซ้ำ การป้องกัน DDoS ควรเป็นองค์ประกอบสำคัญในกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของทุกองค์กร การเข้าใจถึงอันตรายที่ความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้อาจก่อให้เกิดจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงในการป้องกัน DDoS ขององค์กร
กรอกข้อมูลเพื่ออ่าน White Paper ฉบับเต็ม
Source: Akamai






