รายงาน Akamai ปี 2026 เผย 87% ขององค์กรเผชิญปัญหา API Security เจาะจุดอ่อนที่ทำให้ธุรกิจยังเสี่ยงถูกโจมตี
เขียนโดย WIT Content Team | เผยแพร่: 28 ตุลาคม 2569
Highlight: ผลสำรวจ Akamai ปี 2026 พบว่า 87% ขององค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจเคยเผชิญเหตุการณ์ด้าน API Security ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนช่องว่างสำคัญระหว่างการขยายระบบดิจิทัลกับความสามารถในการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการมองเห็น API ที่ไม่ครอบคลุม การกำหนดค่าที่ผิดพลาด และการทดสอบความปลอดภัยที่ยังไม่เพียงพอ
ในยุคที่ธุรกิจต้องเชื่อมต่อระบบและให้บริการแบบเรียลไทม์ Application Programming Interface (API) ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันธนาคาร แพลตฟอร์ม E-Commerce ระบบ Cloud หรือบริการที่ใช้ AI ล้วนต้องพึ่งพา API เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวน API อย่างรวดเร็วกำลังสร้างความท้าทายด้าน Cybersecurity เพราะทุก API Endpoint อาจกลายเป็นช่องทางที่ผู้โจมตีใช้เข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันสำคัญ หากองค์กรขาดการควบคุมและตรวจสอบอย่างเหมาะสม
รายงาน 2026 Akamai API Security Impact Study เปิดเผยว่า 87% ของผู้ตอบแบบสำรวจรายงานว่าองค์กรเคยเผชิญเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับ API อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2022
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้องค์กรจะลงทุนด้าน Cybersecurity อย่างต่อเนื่อง แต่การป้องกัน API ยังมีช่องว่างที่ต้องเร่งแก้ไข
Key Takeaways: 5 ประเด็นสำคัญจากรายงาน Akamai 2026
- 87% ขององค์กรในการสำรวจเคยเผชิญเหตุการณ์ด้าน API Security อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือน
- 23% เท่านั้นที่ระบุว่ามีบัญชีรายการ API ครบถ้วนและทราบว่า API ใดส่งคืนข้อมูลอ่อนไหว
- 54% ของกลุ่มที่เคยเผชิญเหตุการณ์ API Security ระบุว่าการกำหนดค่า API ผิดพลาด (API Misconfiguration) เป็นหนึ่งในสาเหตุ
- 16% ขององค์กรเท่านั้นที่ผสานการทดสอบความปลอดภัย API อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอนของ Software Development Lifecycle (SDLC) และระบบ CI/CD
- 42% ของกลุ่มที่รายงานเหตุการณ์ด้าน API พบเหตุโจมตีที่เกี่ยวข้องกับ API ซึ่งเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี AI
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความสามารถในการค้นหา ตรวจสอบ จัดการ และปกป้อง API ตลอดวงจรการทำงาน
API Security คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อธุรกิจในปี 2026?
API Security คือกระบวนการและเทคโนโลยีที่ใช้ป้องกัน API จากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การโจมตี การนำฟังก์ชันไปใช้ในทางที่ผิด และการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้งานตรวจสอบยอดเงินผ่าน Mobile Banking แอปพลิเคชันจะส่งคำขอผ่าน API ไปยังระบบธนาคารเพื่อดึงข้อมูลกลับมา หาก API ไม่ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงอย่างถูกต้อง ผู้โจมตีอาจใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ตนไม่มีสิทธิ์ดู
ความเสี่ยงลักษณะนี้เกิดขึ้นได้กับหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบจำนวนมาก
ปัญหาคือองค์กรอาจมีระบบป้องกันเครือข่ายและ Web Application อยู่แล้ว แต่ยังขาดการมองเห็นพฤติกรรมการใช้งาน API เชิงลึก รวมถึงช่องโหว่ด้าน Business Logic ที่ระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไปอาจตรวจจับได้ไม่ครบถ้วน
การรักษาความปลอดภัย API จึงต้องครอบคลุมทั้งการจัดการสิทธิ์เข้าถึง การตรวจสอบข้อมูล การทดสอบช่องโหว่ และการติดตามพฤติกรรมการใช้งานจริง
เจาะ 6 จุดอ่อน API Security ที่ทำให้ธุรกิจยังเสี่ยงถูกโจมตี
1. API Visibility Gap: องค์กรมี API จำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าข้อมูลสำคัญอยู่ตรงไหน
หนึ่งในผลสำรวจที่น่ากังวลที่สุดของ Akamai คือ มีเพียง 23% ขององค์กรที่ระบุว่าตนมีบัญชีรายการ API ครบถ้วนและทราบว่า API ใดส่งคืนข้อมูลอ่อนไหว ลดลงจาก 40% ในข้อมูลปี 2022
ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่าองค์กรระดับโลกมีจำนวน API ในบัญชีรายการค่ามัธยฐานมากกว่า 5,900 รายการ
เมื่อจำนวน API เพิ่มขึ้น ทีม IT และ Security อาจไม่สามารถติดตามได้ว่า API ใดกำลังใช้งาน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และข้อมูลประเภทใดถูกส่งผ่านระบบ
API ที่อยู่นอกการกำกับดูแล เช่น Shadow API หรือ API เก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว อาจไม่ได้รับการอัปเดตหรือประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
ผลกระทบต่อธุรกิจ: หากองค์กรไม่ทราบว่า API ใดเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล ก็อาจไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญในการป้องกันได้อย่างเหมาะสม
2. API Misconfiguration: การตั้งค่าผิดพลาดกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยง
รายงานพบว่า 54% ของผู้ตอบที่องค์กรเคยเผชิญเหตุการณ์ API Security ระบุว่า API Misconfiguration เป็นหนึ่งในสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว
ปัญหานี้อาจเกิดจากการตั้งค่าสิทธิ์ไม่เหมาะสม การเปิดเผย API Endpoint โดยไม่จำเป็น หรือการกำหนดนโยบายความปลอดภัยที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง
แม้ API จะถูกพัฒนาให้ทำงานได้ถูกต้องตามข้อกำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
ตัวอย่างเช่น API สำหรับเรียกดูข้อมูลคำสั่งซื้ออาจทำงานได้ตามปกติ แต่หากระบบตรวจสอบสิทธิ์ไม่เหมาะสม ก็อาจเปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีของผู้ใช้งาน
ผลกระทบต่อธุรกิจ: ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้ข้อมูลสำคัญถูกเปิดเผย และเพิ่มภาระในการตรวจสอบ แก้ไขระบบ รวมถึงจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้น
3. Broken Authentication และ Authorization: มีระบบยืนยันตัวตน แต่ยังควบคุมสิทธิ์ไม่เพียงพอ
การยืนยันตัวตน (Authentication) และการตรวจสอบสิทธิ์ (Authorization) เป็นพื้นฐานสำคัญของ API Security แต่ยังเป็นจุดอ่อนที่พบได้บ่อย
รายงาน Akamai ระบุว่ากลุ่มที่เคยเผชิญเหตุการณ์ API Security มีผู้ระบุปัญหาการขาดมาตรการ Authentication ที่เหมาะสม 40% และช่องโหว่ Authorization 39%
ความแตกต่างของทั้งสองกระบวนการคือ
- Authentication: ตรวจสอบว่าผู้ใช้งานเป็นใคร
- Authorization: ตรวจสอบว่าผู้ใช้งานมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลหรือดำเนินการใดได้บ้าง
แม้ผู้ใช้งานจะเข้าสู่ระบบสำเร็จ ก็ไม่ได้หมายความว่าควรสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานรายอื่น
ความเสี่ยงนี้สอดคล้องกับ OWASP API Security Top 10 โดยเฉพาะ Broken Object Level Authorization (BOLA) และ Broken Authentication
ผลกระทบต่อธุรกิจ: ผู้โจมตีอาจอาศัยช่องโหว่ในการตรวจสอบสิทธิ์เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญหรือใช้งานฟังก์ชันที่ไม่ได้รับอนุญาต
4. API Security Testing Gap: ทดสอบการทำงานแล้ว แต่ยังไม่ได้ทดสอบความปลอดภัยอย่างเพียงพอ
การตรวจสอบว่า API สามารถส่งและรับข้อมูลได้ถูกต้องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบ
สิ่งที่องค์กรอาจมองข้ามคือการทดสอบว่า API สามารถต้านทานการใช้งานที่ผิดปกติหรือการโจมตีได้หรือไม่
ผลสำรวจ Akamai พบว่า มีเพียง 16% ขององค์กรที่ผสาน API Security Testing อย่างครบถ้วนในทุกขั้นตอนของ SDLC และทำงานอัตโนมัติผ่าน CI/CD
นั่นหมายความว่าองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ได้บูรณาการการทดสอบความปลอดภัยในระดับครบถ้วนตลอดกระบวนการพัฒนา
ความแตกต่างระหว่าง Functional Testing และ Security Testing จึงเป็นเรื่องสำคัญ
Functional Testing มุ่งตรวจสอบว่า API ทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้หรือไม่
Security Testing มุ่งค้นหาช่องโหว่ เช่น การตรวจสอบสิทธิ์ที่ผิดพลาด การเปิดเผยข้อมูลเกินความจำเป็น และพฤติกรรมที่อาจถูกนำไปใช้โจมตีระบบ
ผลกระทบต่อธุรกิจ: หากตรวจพบช่องโหว่หลังจาก API ถูกนำไปใช้งานจริง องค์กรอาจต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นในการแก้ไขปัญหา และเผชิญความเสี่ยงระหว่างที่ระบบยังมีช่องโหว่อยู่
5. API ที่เชื่อมต่อ AI เพิ่มความซับซ้อนของการรักษาความปลอดภัย
การนำ AI เข้ามาใช้งานในธุรกิจทำให้ API มีบทบาทมากกว่าเดิม เพราะ API เป็นช่องทางที่เชื่อมระหว่าง AI Application, Large Language Model (LLM) และระบบข้อมูลภายในองค์กร
รายงาน Akamai ระบุว่า 42% ของผู้ตอบที่เคยเผชิญเหตุการณ์ด้าน API Security รายงานการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับ API ซึ่งเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี AI
ประเด็นที่องค์กรต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงความปลอดภัยของตัว AI Model แต่รวมถึงขอบเขตสิทธิ์และข้อมูลที่ AI สามารถเข้าถึงผ่าน API
หาก API มีการกำหนดสิทธิ์ไม่เหมาะสม อาจทำให้ระบบ AI เข้าถึงข้อมูลหรือดำเนินการเกินกว่าขอบเขตที่องค์กรกำหนดไว้
ผลกระทบต่อธุรกิจ: ความเสี่ยงด้าน API อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบริการ AI และความปลอดภัยของข้อมูลที่เชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ
6. Security Governance Gap: ผู้บริหารมั่นใจ แต่ทีมเทคนิคยังเห็นความเสี่ยง
อีกประเด็นสำคัญจากรายงานคือความแตกต่างระหว่างมุมมองผู้บริหารและทีมที่รับผิดชอบระบบจริง
40% ของผู้บริหารระดับ C-suite ประเมินว่าองค์กรมีความพร้อมด้าน Advanced API Security Testing ขณะที่มีเพียง 28% ของกลุ่ม DevSecOps ที่ประเมินในระดับเดียวกัน
ช่องว่างนี้อาจทำให้องค์กรประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง และจัดสรรทรัพยากรในการพัฒนาความปลอดภัยไม่เพียงพอ
การจัดการ API Security จึงไม่ควรเป็นความรับผิดชอบของทีม Security เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการประสานงานระหว่างผู้บริหาร ทีมพัฒนา ทีมปฏิบัติการ และผู้ดูแลข้อมูล
ผลกระทบต่อธุรกิจ: หากขาดผู้รับผิดชอบและกระบวนการจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน ช่องโหว่อาจไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที แม้องค์กรจะมีเครื่องมือรักษาความปลอดภัยอยู่แล้วก็ตาม
ผลกระทบของ API Security Incident ไม่ได้จำกัดแค่ระบบ IT
เหตุการณ์ด้าน API Security อาจกระทบทั้งการดำเนินธุรกิจ รายได้ และความเชื่อมั่นของลูกค้า
รายงาน Akamai 2026 ระบุว่า องค์กรที่รายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับ API เผชิญเหตุการณ์เฉลี่ย 3.5 ครั้งในช่วง 12 เดือน โดยมีผลกระทบทางการเงินรวมเฉลี่ยประมาณ 700,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อองค์กร
นอกจากนี้ ผู้ตอบที่เคยเผชิญเหตุการณ์ยังระบุผลกระทบที่สำคัญ ได้แก่
- 37% การสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน
- 33% การสูญเสียความเชื่อมั่นหรือความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมถึงการสูญเสียบัญชีลูกค้า
- 31% ผลกระทบต่อความไว้วางใจและชื่อเสียงขององค์กร
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า API Security ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านเทคนิค แต่เป็นส่วนสำคัญของ Business Continuity และการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ
ธุรกิจควรปรับกลยุทธ์ API Security อย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว?
การยกระดับ API Security ควรเริ่มจากการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ API ทั้งหมดในองค์กร ก่อนนำมาตรการป้องกันที่เหมาะสมมาใช้
1. สร้าง API Inventory ที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง
องค์กรควรมีกระบวนการค้นหาและจัดทำบัญชี API ทั้งหมด รวมถึง API ที่ไม่ได้อยู่ในเอกสารระบบอย่างเป็นทางการ
พร้อมระบุผู้รับผิดชอบ ประเภทข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และระดับความเสี่ยงของแต่ละ API เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญในการป้องกันได้
2. ใช้แนวทาง Security by Design
นำการตรวจสอบความปลอดภัยเข้ามาตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและพัฒนา API ไม่ใช่รอให้ระบบเริ่มใช้งานก่อนจึงตรวจสอบช่องโหว่
องค์กรควรผสาน API Security Testing เข้ากับกระบวนการ CI/CD และใช้ OWASP API Security Top 10 เป็นหนึ่งในแนวทางอ้างอิงในการประเมินความเสี่ยง
3. ตรวจสอบพฤติกรรม API ระหว่างการใช้งานจริง
นอกจากการทดสอบก่อนเปิดใช้งานแล้ว องค์กรควรมีความสามารถในการตรวจสอบพฤติกรรม API ขณะทำงานจริง (Runtime Monitoring)
แนวทางนี้ช่วยตรวจจับการใช้งานผิดปกติ การเรียกใช้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมทั่วไป และความพยายามใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ด้าน Business Logic
4. ยกระดับการควบคุม Authentication และ Authorization
กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามหลัก Least Privilege โดยอนุญาตให้แต่ละผู้ใช้งานหรือระบบเข้าถึงเฉพาะทรัพยากรที่จำเป็น
ควรตรวจสอบสิทธิ์ในระดับ Object และ Function อย่างเหมาะสม พร้อมทบทวนการจัดการ Token และ Credential ตามความเสี่ยงของแต่ละบริการ
5. ใช้ระบบ API Security ที่ครอบคลุมตลอด Lifecycle
การป้องกัน API ที่มีประสิทธิภาพควรทำงานร่วมกันตั้งแต่ Discovery, Security Posture Assessment, Testing ไปจนถึง Runtime Detection และ Incident Response
องค์กรยังควรเชื่อมข้อมูลจากระบบป้องกัน API เข้ากับกระบวนการจัดการเหตุการณ์และการแก้ไขช่องโหว่ เพื่อให้ทีมที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น
Akamai API Security ช่วยองค์กรจัดการความเสี่ยง API ได้อย่างไร?
เมื่อ API กลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบธุรกิจ การใช้มาตรการป้องกันที่มองเห็นเพียงทราฟฟิกทั่วไปอาจไม่เพียงพอต่อความเสี่ยงทั้งหมด โดยเฉพาะการใช้ API ผิดวัตถุประสงค์และช่องโหว่ด้าน Business Logic
Akamai API Security เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรค้นหา ประเมิน ทดสอบ และปกป้อง API ตลอดวงจรการใช้งาน โดยมีความสามารถสำคัญ ได้แก่
- API Discovery: ค้นหา API จากแหล่งข้อมูลและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อช่วยลด Blind Spot
- API Security Posture: ประเมินช่องโหว่และความเสี่ยง รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหว
- API Security Testing: สนับสนุนการทดสอบความปลอดภัยในกระบวนการพัฒนาและ CI/CD
- Runtime Detection: วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน API เพื่อตรวจหาการโจมตีและการใช้งานผิดปกติ
- Remediation Workflow: เชื่อมโยงผลการตรวจสอบกับทีมและกระบวนการแก้ไขปัญหา
เมื่อใช้ร่วมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของ Web Application และ API Gateway ที่เหมาะสม องค์กรจะสามารถสร้างแนวทางป้องกันแบบหลายชั้นได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การนำโซลูชันมาใช้จำเป็นต้องประเมินความเหมาะสมกับสถาปัตยกรรมระบบ ทราฟฟิก ข้อมูล และกระบวนการทำงานของแต่ละองค์กร
บทสรุป: API Security ต้องเปลี่ยนจากการป้องกันเฉพาะจุด สู่การบริหารความเสี่ยงทั้งระบบ
รายงาน Akamai ปี 2026 ที่พบว่า 87% ขององค์กรในกลุ่มสำรวจเคยเผชิญเหตุการณ์ด้าน API Security เป็นสัญญาณสำคัญว่าการพัฒนาเทคโนโลยีให้รวดเร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากองค์กรไม่สามารถรักษาความปลอดภัยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
จุดอ่อนที่พบไม่ได้เกิดจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทั้งหมด แต่รวมถึงปัญหาพื้นฐานที่ยังคงอยู่ เช่น การขาด API Visibility การกำหนดค่าที่ผิดพลาด และการตรวจสอบสิทธิ์ที่ไม่รัดกุม
ธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญกับ API Security ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Cyber Resilience โดยผสานการค้นหา API การทดสอบช่องโหว่ และการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติเข้าด้วยกัน
เพราะในยุคที่ API เชื่อมโยงข้อมูล ลูกค้า และบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน ความปลอดภัยของ API ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
Frequently Asked Questions (FAQ)
Q1: API Security คืออะไร?
API Security คือแนวทางและมาตรการรักษาความปลอดภัยของ Application Programming Interface เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การโจมตีช่องโหว่ และการใช้ฟังก์ชัน API ในทางที่ผิด ครอบคลุมทั้ง Authentication, Authorization, Security Testing และ Runtime Protection
Q2: ทำไมองค์กรยังเสี่ยงถูกโจมตีผ่าน API แม้จะมี Firewall หรือ WAF?
เพราะการโจมตี API บางประเภทอาศัยคำขอที่ดูเหมือนถูกต้อง แต่ละเมิดกฎด้านสิทธิ์หรือ Business Logic ซึ่งอาจไม่ถูกตรวจพบด้วยการตรวจสอบทราฟฟิกทั่วไปทั้งหมด องค์กรจึงควรใช้ WAF ร่วมกับมาตรการเฉพาะสำหรับ API Security
Q3: รายงาน Akamai ปี 2026 พบอะไรเกี่ยวกับ API Security?
รายงานพบว่า 87% ขององค์กรในกลุ่มสำรวจเคยเผชิญเหตุการณ์ด้าน API Security อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือน ขณะที่มีเพียง 23% ที่ระบุว่ามีรายการ API ครบถ้วนและรู้ว่า API ใดส่งคืนข้อมูลอ่อนไหว
Q4: API Security แตกต่างจาก Web Application Security อย่างไร?
Web Application Security มุ่งป้องกันช่องโหว่และการโจมตีต่อเว็บแอปพลิเคชัน ส่วน API Security เน้นความปลอดภัยของ Endpoint การแลกเปลี่ยนข้อมูล สิทธิ์เข้าถึง และพฤติกรรมการเรียกใช้งาน API โดยทั้งสองส่วนมีความเกี่ยวข้องกันและควรทำงานร่วมกัน
Q5: องค์กรควรเริ่มต้นปรับปรุง API Security จากจุดไหน?
ควรเริ่มจากการค้นหาและจัดทำบัญชี API ทั้งหมด ประเมินว่ามี API ใดเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหว ตรวจสอบ Authentication และ Authorization จากนั้นผสาน Security Testing เข้ากับ SDLC และเพิ่มระบบตรวจจับพฤติกรรมระหว่างใช้งานจริง
Q6: Akamai API Security เหมาะกับองค์กรประเภทใด?
เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้งาน API เพื่อเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ระบบ Cloud บริการดิจิทัล หรือ AI และต้องการเพิ่มความสามารถในการค้นหา ตรวจสอบ ทดสอบ และปกป้อง API โดยเฉพาะองค์กรที่มี API จำนวนมากหรือจัดการข้อมูลสำคัญของลูกค้า
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)
- Akamai Technologies. 2026 API Security Impact Study: How API Risks Threaten Your AI’s Resilience. เผยแพร่ปี 2026
อ่านรายงานฉบับเต็ม (PDF) - Akamai Technologies. Security Leaders Cite AI as a Risk Multiplier for APIs in New Akamai Survey. 28 เมษายน 2026
อ่านข่าวประชาสัมพันธ์ - OWASP Foundation. OWASP Top 10 API Security Risks – 2023.
อ่านเอกสาร OWASP - Akamai Technologies. Akamai API Security – Product Overview.
อ่านรายละเอียดผลิตภัณฑ์







